Saudi Arabia's unlikely Russian arms deals
http://www.janes.com/article/53593/saudi-arabia-s-unlikely-russian-arms-deals

ซาอุดิอาระเบียซึ่งเป็นประเทศที่มีอิทธิพลระดับสูงในภูมิภาคตะวันออกกลาง เป็นพันธมิตรที่สำคัญของสหรัฐฯและสหภาพยุโรปที่จัดหาอาวุธจากกลุ่มตะวันตกเป็นจำนวนมาก
อีกทั้งยังเป็นหัวหอกสำคัญในการทำสงครามต่อต้านการก่อการร้ายในภูมิภาคทั้งในซีเรีย อิรัก และเยเมนขณะนี้นั้น มีข้อมูลว่าซาอุดิอาระเบียกำลังให้ความสนใจในการจัดหาระบบอาวุธยุทโธปกรณ์จากรัสเซีย
โดยมีการวิเคราะห์ว่าเพื่อเป็นการคานอำนาจกับอิหร่านที่เป็นศัตรูที่ปัจจุบันทางตะวันตกได้ยกเลิกนโยบายคว่ำบาตร ทำให้อิหร่านสามารถส่งออกน้ำมันเพื่อนำมาพัฒนาประเทศและกองทัพได้
อีกทั้งยังเป็นการดึงให้รัสเซียเข้ามามีอิทธิพลในการคานอำนาจกับชาติต่างๆในภูมิภาคนี้อีกทาง ซึ่งรัสเซียเองก็เป็นผู้ส่งออกอาวุธรายสำคัญของอิหร่าน

ในการแสดงอาวุธของรัสเซีย Army 2015 ที่จัดขึ้นเมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ Kubina และงานแสดงอาวุธทางทะเล IMDS 2015 ที่ St Peterburg เมื่อเดือนกรกฎาคม
และการเยือนประธานาธิบดีรัสเซีย นาย Vladimir Putin ของมกุฎราชกุมารอันดับสองและรัฐมนตรีกลาโหมซาอุดอาระเบีย เจ้าชาย Muhammad bin Salman ที่ Moscow เมื่อกลางเดือนมิถุนายนนั้น
รัฐบาล Riyadh ได้แสดงความสนใจในการจะจัดหาระบบอาวุธยุทโธปกรณ์จากรัสเซียหลายรายการเพื่อเสริมระบบตะวันตกที่มีอยู่หรือเป็นระบบที่ตะวันตกไม่มีขายให้ เช่น
ขีปนาวุธทางยุทธวิธีพิสัยใกล้แบบ Iskander-E ซึ่งดูเหมือนว่าสหรัฐฯอาจจะไม่ส่งออกระบบขีปนาวุธ ATACMS ที่ยิงจากระบบเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้องอัตตาจร M270 ให้ซาอุดิอาระเบีย
ทำให้ทางรัฐมนตรีต่างประเทศซาอุดิอาระเบีย Adel al-Jubeir กล่าวว่าซาอุดิอาระเบียกำลังพิจารณาระบบขีปนาวุธของรัสเซียอยู่
นอกจากนี้ยังมีเรือฟริเกตแบบ Tigr ซึ่งเป็นรุ่นส่งออกของเรือฟริเกตชั้น Steregushchy ของกองทัพเรือรัสเซีย ระบบป้องกันภัยทางอากาสพิสัยใกล้เพื่อเสริมระบบป้องกันภัยทางอากาศพิสัยไกล Patriot PAC-3 ที่จัดหาจากสหรัฐฯ
รวมถึงระบบอาวุธปล่อยนำวิถีป้องกันชายฝั่ง Bal-E พร้อมอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำ Kh-35 และเรือดำน้ำขนาดเล็กจากรัสเซียด้วย

ด้านอิหร่านซึ่งเป็นศัตรูกับซาอุดิอาระเบีย ทั้งการที่อิหร่านสนับสนุนรัฐบาลซีเรียในสงครามกลางเมืองและสนับสนุนกองกำลังชาว Kurd ต่อสู้กับกองกำลัง IS ในอิรัก และการที่อิหร่านและซาอุดิอาระเบียเข้าไปแทรกแซงสงครามกลางเมืองในเยเมนนั้น
ทางอิหร่านก็ได้เดินหน้าเจรจาเพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงกับรัสเซียเช่นกัน เช่น การจัดหาระบบป้องกันภัยทางอากาศพิสัยไกล S-300 ที่ใกล้จะเจรจาเสร็จสิ้นแล้ว หลังยืดเยื้อมานาน
การเยือนท่าเรือ Bandar Anzali ในทะเลสาบ Caspian ของเรือตรวจการณ์ชั้น Buyan สองลำของรัสเซียเมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา
และการเยือนรัสเซียของนายพล Qassem Soleimani ผู้บัญชาการกองกำลัง Qods อิหร่าน เพื่อเข้าพบประธานาธิบดี Putin และรัฐมนตรีกลาโหมรัสเซีย นาย Sergei Shoigu ซึ่งทางทำเนียบรัฐบาล Kremlin ปฏิเสธข่าวนั้น
ดูจะเป็นการดำเนินแผนเส้นทางเพื่อแย่งชิงอำนาจและอิทธิพลต่อความขัดแย้งต่างๆที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลางระหว่างอิหร่านกับซาอุดิอาระเบียครับ